ยินดีต้อนรับ เข้าสู่ website องค์การบริหารส่วนตำบลคลองม่วง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา    Welcome to Klongmoung Subdistict Administrative Organization

ประวัติ ความเป็นมา สภาพทั่วไปของตำบล ขอบเขตอำนาจหน้าที่

                    

ประวัติความเป็นมา :

ตำบลคลองม่วง เป็นตำบลหนึ่งในเขตการปกครองของ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา มีพื้นที่ประมาณ 
111.0416 ตร.กม.หรือประมาณ67,401 ไร่ ประชาชนส่วนใหญ่อพยพมาจากพื้นที่ภาคกลางของประเทศไทย เช่น สระบุรี อยุธยา นครสวรรค์ ลพบุรี และบางอำเภอของ จ.นครราชสีมา เช่น อ.โนนไทย และประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ

สภาพทั่วไปของตำบล :

พื้นที่ของตำบลส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบสลับเชิงเขา มีความลาดเอียง และเป็นลอนคลื่นในทางทิศเหนือ 
ส่วนทางทิศตะวันตกเป็นภูเขาล้อมรอบ

อาณาเขตตำบล :

ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลวังไทร และเขตอำเภอสี่คิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลวังกะทะ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อำเภอปักธงชัย และเขตอำเภอสี่คิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลวังไทร และตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

จำนวนประชากรของตำบล :

จำนวนประชากรในเขต อบต. 9,745 คน และจำนวนหลังคาเรือน 3,329 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพของตำบล :

อาชีพหลัก ทำนา ทำสวน เลี้ยงโคเนื้อ/โคนม
อาชีพเสริม ทำกระยาสาร์ท, ทำผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์จากรากไม้

ข้อมูลสถานที่สำคัญของตำบล :

1. วัดซับเศรษฐี
2. วัดวังน้ำวน
3. วัดหนองไทร
4. วัดหนองหมาก
5. วัดซับพลู

 
 

ตามพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วน ตำบล พ.ศ.2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 พ.ศ.2542) 

1. พัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66) 
2. มีหน้าที่ต้องทำตามมาตรา 67 ดังนี้ 
(1) จัดให้มีและบำรุงทางน้ำและทางบก 
(2) การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล
(3) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ
(4) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 
(5) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม 
(6) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ
(7) คุ้มครอง ดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 
(8) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น 
(9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย 
3. มีหน้าที่ที่อาจทำกิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้
(1) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร
(2) ให้มีและบำรุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น 
(3) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ 
(4) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ 
(5) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ 
(6) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว
(7) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ 
(8) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน 
(9) หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต. 
(10) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม
(11) กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์ 
(12) การท่องเที่ยว 
(13) การผังเมือง 
4. อำนาจหน้าที่ของ อบต. ตามมาตรา 66 มาตรา 67 และมาตรา 68 นั้น ไม่เป็นการตัดอำนาจหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรม หรือองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐที่จะดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในตำบล แต่ต้องแจ้งให้ อบต. ทราบล่วง หน้าตามสมควร หาก อบต. มีความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินกิจการดังกล่าวให้นำความเห็นของ อบต. ไปประกอบการพิจารณาดำเนิน กิจการนั้นด้วย (มาตรา 69) 
5. มีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารจากทางราชการในเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินกิจการของทางราชการในตำบล (มาตรา 70)
6. อาจออกข้อบังคับตำบลเพื่อเพื่อใช้บังคับในตำบลได้เท่าที่ไม่ขัดต่อกฎหมายหรืออำนาจหน้าที่ของ อบต. โดยจะกำหนดค่า ธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บ และกำหนดโทษปรับผู้ฝ่าฝืนด้วยก็ได้ (มาตรา 71)
7. อาจขอให้ราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยการบริหารราชการ ส่วนท้องถิ่นไปดำรงตำแหน่งหรือปฎิบัติกิจการของ อบต. เป็นการชั่วคราวได้โดยไม่ขาดจากต้นสังกัดเดิม (มาตรา 72)
8. อาจทำกิจการนอกเขต อบต. หรือร่วมกับสภาตำบล อบต. อบจ. หรือหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นอื่น เพื่อกระทำ กิจการร่วมกันได้ 

ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนแล้วขั้นตอนการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ.2542 
- มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา 16 ดังนี้ 
1. การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง 
2. การจัดให้มี และบำรุงรักษาทางบกทางน้ำ และทางระบายน้ำ 
3. การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ
4. การสาธารณูปโภค และการก่อสร้างอื่นๆ
5. การสาธารณูปการ 
6. การส่งเสริม การฝึก และการประกอบอาชีพ 
7. คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม
8. การส่งเสริมการท่องเที่ยว
9. การจัดการศึกษา
10. การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส
11. การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น 
12. การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัด และการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย
13. การจัดให้มี และบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ 
14. การส่งเสริมกีฬา 
15. การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน 
16. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น
17. การรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง 
18. การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสีย
19. การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล 
20. การจัดให้มี และควบคุมสุสาน และฌาปนสถาน 
21. การควบคุมการเลี้ยงสัตว์ 
22. การจัดให้มี และควบคุมการฆ่าสัตว์ 
23. การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการอนามัย โรงมหรสพ และสาธราณสถานอื่นๆ
24. การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
25. การผังเมือง 
26. การข่นส่ง และการวิศวกรรมจราจร 
27. การดูแลรักษาที่สาธารณะ
28. การควบคุมอาคาร
29. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
30. การรักษาความสงบเรียบร้อย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรักษาความปลอกภัยในชีวิต และทรัพย์สิน 
31. กิจอื่นใด ที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในื้องถิ่นตามที่คระกรรมการประกาศกำหนด 

การออกข้อบัญญัติ อบต.: 
                อบต.สามารถออกข้อบัญญัติ อบต. เพื่อใช้บังคับในเขต อบต. ได้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมายเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของ อบต. หรือเมื่อมีกฎหมายกำหนดให้ อบต. ออกข้อบัญญัติ ในการนี้จะกำหนดค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บและกำหนดโทษปรับผู้ฝ่าฝืนด้วยก็ได้แต่มิให้กำหนดโทษปรับเกินหนึ่งพันบาท เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ร่างข้อบัญญัติ อบต. จะเสนอได้โดยนายก อบต. หรือ สมาชิกสภา อบต. หรือราษฎรในเขต อบต.ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น

การปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของ อบต
                 ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำแผนพัฒนา อบต. การจัดทำงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบ การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการนั้น และหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงมาหดไทยกำหนด